|
เทพนารีจีน ในจิตรกรรมของ
เมื่อเอ่ยถึงรูปเขียน หรือจิตรกรรมเกี่ยวกับนางในวรรณคดี รวมทั้งเทพนารีต่างๆ ของไทย ทุกคนต่างพากันนึกถึง อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ว่าเป็นจิตรกรชั้นครูในศิลปะแขนงนี้อย่างแท้จริง วาดนางในวรรณคดีได้อารมณ์อย่างวรรณคดี วาดสาวรำไทยได้บรรยากาศอันแพรวพรายของเวทีโรงละคร วาดเทพนารีต่างๆ ได้เข้าถึงทิพยภาวะอันจริงแท้
หากเมื่อเอ่ยถึงภาพเขียนแนวเดียวกันนี้ในศิลปะจีน ผู้สนใจศิลปะจีนส่วนใหญ่ต่างนึกถึงแต่ ฮว๋าซานชวน (Hua San Chuan) จนจะพูดง่ายๆ ว่า เขาผู้นี้เปรียบเหมือน อ.จักรพันธุ์ของศิลปะจีนก็ว่าได้
ความจริง ผลงานจิตรกรรมของท่านผู้นี้เป็นที่คุ้นเคยในหมู่ชาวจีนในเมืองไทยมาตลอด แต่เรามักจะมองผ่านเลยไปเพราะส่วนมากจะเป็นภาพนางในวรรณคดีหรือภาพชุดสี่ยอดหญิงงาม ซึ่งที่เผยแพร่กันอยู่โดยมากก็เป็นภาพสิริมงคล มีไม่มากนักที่จะสังเกตกันว่า แท้จริงเขาได้วาดภาพเทพนารี และเทพเจ้าต่างๆ ของจีนไว้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะภาพชุด โป๊ยเซียน ที่เขาดัดแปลงขึ้นจากภาพต้นแบบสมัยราชวงศ์ถังนั้น ปรากฏว่าได้รับความนิยมเป็นอันมาก ภาพพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ที่เขาวาดไว้ภาพหนึ่งก็เป็นหนึ่งในภาพพระแม่กวนอิมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ เช่นกัน
ในหนังสือ บูรพเทวีปกรณ์ อันเป็นหนึ่งในผลงานชุดเทวปกรณ์ของ อ.กิตติ วัฒนะมหาตม์ เองก็ได้นำภาพเขียนของท่านผู้นี้มาเป็นภาพชุดสี่สีของเทพนารีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองจีน ๓ องค์ คือ พระแม่หนี่วา พระแม่ฉางเอ๋อ และพระแม่เหอเซียนกู และปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่มีโอกาสได้ซื้อหาหนังสือเล่มดังกล่าวไว้เป็นอันมาก รวมทั้งยังมีผู้เรียกร้องอยากเห็นผลงานเกี่ยวกับเทพนารีของศิลปินผู้วาดภาพพระแม่ทั้ง ๓ องค์ดังกล่าวนอกจากที่มีอยู่ใน บูรพเทวีปกรณ์ จึงเป็นโอกาสดีที่ในการเปิดตัวคอลัมน์นี้ใน www.aromamodaka.com เราจะได้นำเสนอผลงานของศิลปินจีนผู้นี้เป็นอันดับแรก
ฮว๋าซานชวน เริ่มต้นวาดภาพตั้งแต่อายุได้ ๑๕ ปี เขาได้รับการยกย่องมากในการเขียนภาพสาวงามในประวัติศาสตร์ และนางในวรรณคดีจีนที่แสดงถึงความอ่อนหวาน และประณีตบรรจง ภาพของเขามีความเป็นจีนโดยแท้ แต่เป็นจีนแบบประเพณีที่ถูกปรับปรุงให้งามอย่างที่ทุกชนชาติสามารถที่จะชื่นชมได้ ผลงานทุกชิ้นของเขาจะมีลักษณะเบา เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน แม้ว่าบางภาพจะมีฉากหลังอันประณีตอลังการอย่างยิ่งก็ตาม บุคคลในภาพล้วนแสดงอาการเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา ที่เด่นมากคืออาภรณ์ต่างๆ มีการออกแบบลวดลายและสีสันไม่ซ้ำกัน ด้วยโทนสีแบบที่เป็นจีนแท้ๆ นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปีนจีนคนแรกๆ ที่กล้าวาดภาพสาวงาม และเทพนารีต่างๆ ในลักษณะกึ่งเปลือย (Semi-Nude) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในศิลปะจีนแบบประเพณีอีกด้วย
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างภาพเทพนารีจีนของ ฮว๋าซานชวน
ภาพบนสุดของคอลัมน์ ภาพเทพธิดาทั้ง ๗ หรือที่คนจีนแต้จิ๋วในเมืองไทยเรียกว่า ชิกเซียงนึ่ง เป็นภาพสิริมงคลภาพหนึ่งที่คนจีนนิยมกันมาก เทพนารีทั้ง ๗ องค์นี้ทรงเป็นธิดาขององค์จักรพรรดิสวรรค์ หรือ เง็กเซียงฮ่องเต้ ซึ่งทรงเบื่อหน่ายชีวิตบนสวรรค์ จึงเสด็จมาหาความสำราญในโลกมนุษย์ ภาพสิริมงคลนี้จึงมีความหมายว่า ความสวยสดงดงามหรือพรที่มาจากสวรรค์
ในเทพนิยายชุด ๗ นางฟ้า จะมีเทพนารีองค์หนึ่งที่เป็นตัวละครหลัก คือเทพนารีองค์สุดท้องซึ่งมีพระรูปงดงามที่สุด ซึ่งฮว๋าซานชวนได้วางตำแหน่งไว้ในส่วนที่เด่นของภาพ เทพธิดาโฉมสะคราญองค์นี้เป็นองค์แรกที่เสด็จสู่โลกมนุษย์ พระนางทรงเต็มไปด้วยความสดชื่นและกระตือรือล้น โดยมิได้ทรงคาดคิดเลยว่าการลงไปสู่โลกมนุษย์ของพระนางนั้น จะทำให้เกิดเรื่องราวมากมาย พัสตราภรณ์ที่ทรงสวมใส่มีลักษณะประณีตบรรจงเหนือกว่าพระขนิษฐาทั้ง ๖ ที่อยู่เบื้องหลัง เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ใช้ความคิดในการออกแบบสีสันลวดลาย และอวดความพลิ้วไหวของผืนผ้าทรงได้เต็มที่
พระแม่หนี่วา เป็นภาพที่ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือ บูรพเทวีปกรณ์ เนื่องจากพระแม่เจ้าองค์นี้ทรงเป็นมหาเทวีองค์แรกสุดที่ปรากฏขึ้นในยุคปฐมกาล ฮว๋าซานชวนจึงถ่ายทอดทิพยรูปของพระนางในลักษณะที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าทรงเรียบๆ เพียงสองผืนที่นุ่งห่มพระวรกายอย่างเบาบางในลักษณะกึ่งเปลือย มิใช่เทวพัสตราภรณ์อันงามวิจิตรซ้อนกันหลายชั้นอย่างเทพธิดารุ่นหลัง
ภาพพระแม่หนี่วาภาพนี้แสดงถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับพระนาง ที่คนจีนยังเล่าขานต่อเนื่องกันมาจนทุกวันนี้ คือการที่พระนางทรงนำศิลาห้าสีเหาะขึ้นไปอุดรูรั่วบนท้องฟ้าเพื่อปกป้องมวลมนุษย์จากวันโลกาวินาศ พระวรกายอันบอบบางของพระนางที่ลอยละล่องขึ้นไปท่ามกลางฉากหลังอันน่าสะพรึงกลัวเป็นภาพที่ขัดแย้งอยู่ในที และทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทรงทำอยู่นั้นเป็นงานอันหนักหนาสาหัสยิ่งนัก พระนางทรงมีพระพักตร์อันงดงามเต็มไปด้วยเมตตาธรรม พระเกศาอันยุ่งเหยิงเป็นธรรมชาติ บ่งบอกถึงยุคสมัยที่ทุกสิ่งยังบริสุทธิ์ไร้การปรุงแต่ง เป็นภาพของพระแม่หนี่วาที่ดีที่สุดที่เรามีกันอยู่ในขณะนี้
พระแม่เส้าซือหมิง เป็นภาพเทพนารีอีกภาพหนึ่งที่มีลักษณะกึ่งเปลือย และสวมใส่เทวพัสตราภรณ์ในรูปแบบที่เรียบง่าย เพราะว่าทรงเป็นเทพมารดร หรือเทพนารีจีนสมัยแรกๆ เช่นกัน พระแม่เส้าซือหมิงนั้นได้รับการนับถือกันว่าทรงเป็นผู้กำหนดดวงชะตาของเด็กแรกเกิดทุกคน และทรงมีเทวานุภาพดลบันดาลให้ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือไม่อีกด้วย
ในภาพนี้เราจะเห็นว่า ฮว๋าซานชวนจินตนาการให้องค์เทพมารดรลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า พระนางทรงถือดาบที่แสดงถึงสิทธิ์ขาดที่จะลิขิตชะตามนุษย์ ขณะที่อีกพระกรประคองทารกน้อยน่ารักให้นั่งบนพระพาหา พัสตราภรณ์ชั้นบนที่บางเบาและหลุดลุ่ยเผยให้เห็นพระถันในลักษณะที่เป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง เป็นภาษาภาพที่แสดงถึงความเป็นมารดา แต่โทนสีของฉากหลังอันเต็มไปด้วยพลังนั้นก็ชวนให้คำนึงถึงบรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนของชะตากรรม อันสร้างความขัดแย้งอย่างงดงามกับทีท่าอันรื่นเริงไร้เดียงสาของทารกน้อยนั้น
พระแม่ฉางเอ๋อ ภาพนี้ เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผู้ที่มีหนังสือ บูรพเทวีปกรณ์ ย่อมได้ผ่านตามาแล้วเช่นกัน พระนางทรงเป็นจันทราเทวี เป็นสัญลักษณ์แห่งความงามอันเฉิดฉายและหรูหราของแสงจันทร์เพ็ญเดือน ๘ เดือนที่โลกมนุษย์สว่างไสวและอบอวลด้วยบรรยากาศอันโรแมนติก พระนางทรงจัดแต่งพระเกศา และฉลองพระองค์อย่างวิจิตรงดงาม ประทับนั่งอย่างสบายโดยมีจันทร์เพ็ญเป็นฉากหลัง พระพักตร์ของพระนางยิ้มแย้ม แลดูอ่อนโยน แต่ก็ยังทรงมีท่วงท่าลีลาของความเงียบเหงา เยือกเย็น และเข้าถึงได้ยาก
ภาพนี้เป็นภาพพระแม่ฉางเอ๋อที่ดีที่สุดภาพหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป พระนางดูอ่อนหวานแต่ลึกลับเสียจริงๆ บนพระชานุนั้นมีกระต่ายตัวหนึ่งเกาะอยู่ เป็นกระต่ายที่ดูเป็นเงาๆ ไม่ใช่กระต่ายจริงที่มีชีวิตชีวา เสมือนเป็นภาพสะท้อนจินตนาการของมนุษย์ที่มองเห็นภาพกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์ เหนือสิ่งอื่นใด ทุกอย่างในภาพนี้มีลักษณะล่องลอยอยู่ในความเวิ้งว้างของบรรยากาศแห่งคืนเดือนหงายโดยแท้
เทพธิดาแห่งเทือกเขาอูซาน ในมณฑลเสฉวน จากตำนานอันแพร่หลายของดินแดนแถบนั้นซึ่งเล่าต่อๆ กันมาว่า จักรพรรดิพระองค์หนึ่งได้เสด็จประพาสป่าและได้ทอดพระเนตรเทพนารีพระองค์หนึ่งซึ่งทรงพระสิริโฉมอย่างยิ่งที่นั่น จนพระองค์ทรงลุ่มหลงนางฟ้าองค์นั้น และทำให้เกิดเรื่องเล่าอันสะเทือนใจต่อมาอีกมากมาย
นี่เป็นอีกภาพหนึ่งที่ฮว๋าซานชวนได้แสดงฝีมือในการเขียนภาพเทพนารีจีนในลักษณะกึ่งเปลือยได้อย่างยอดเยี่ยม
เทพนารีองค์นี้ทรงมีทิพยรูปอันงดงามประดุจสาวแรกรุ่น
พระเกศาประดับด้วยดอกไม้อย่างง่ายๆ
แสดงถึงความเป็นรุกขเทวีโดยแท้
พัสตราภรณ์ที่ทรงสวมใส่ก็บางเบาและเรียบง่าย
ลักษณะการฉลองพระองค์อย่างไม่เอาใจใส่
แสดงภาพของสาวชาวป่าที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาไม่คุ้นเคยกับการปรุงแต่งของวัฒนธรรมเมือง
รอบๆ พระวรกายนั้นคือฝูงกวางที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า
ลิงขนงามที่ดูร่าเริง
ลูกกวางตัวน้อยซึ่งทรงอุ้มอยู่บนตักบ่งบอกถึงความรู้สึกที่สบายและปลอดภัย
ขณะที่เสือดาวขนาดใหญ่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นจ้องมองมายังผู้ชมด้วยทีท่าอันน่าเกรงขาม
คอลัมน์ Gallery มีแนวคิดหลักในการนำเสนอภาพศิลปกรรมเกี่ยวกับเทพนารี (Goddess) ของลัทธิศาสนาต่างๆ โดยเฉพาะจิตรกรรมและประติมากรรมที่ไม่มีลักษณะเป็นรูปเคารพ เพื่อให้ผู้สนใจในทางเทววิทยาได้ศึกษาภาพเทพนารี ที่เป็นงานศิลปกรรมอันเป็นผลจากจินตนาการและอัจฉริยภาพของศิลปินระดับโลก ให้เกิดความรู้ว่าศิลปินเหล่านั้นมีวิธีถ่ายทอดภาพของเทพนารีต่างๆ จากวรรณคดีและเทพนิยายอย่างไร รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เข้าถึง และชื่นชมในความเฉิดฉายของเทพนารีอันเป็นความงามที่ประดับโลกมานับแต่ยุคบรรพกาล
|